มะเขือพ่วงเป็นเหตุ
posted on 25 Jun 2009 13:41 by byto
ตั้งแต่มาอยู่คนเดียว
การหาข้าวกินเองสามมื้อก็กลายเป็นเรื่องปกติ
เช้าก็จะแวะซื้ออะไรเรื่อยเปื่อยกินไป น้ำเต้าหู้บ้าง แซนวิชบ้าง ขนมปังบ้าง บางวันก็กินข้าวกล่อง
วันไหนที่ไม่ได้ซื้อข้าวมากินเป็นจริงเป็นจัง ก็จะนั่งกรวบๆอยู่ที่โต๊ะทำงาน ไม่น่าเกลียดมาก
(ปกติที่ออฟฟิคไม่ให้ทานอาหารในที่ทำงานอะ ต้องไปกินห้องครัวแคบๆ ที่เข้าไปสามคนก็จะเต็มห้องแล้ว
)
วันไหนซัดของหนักก็จะไปนั่งกินที่ครัวนั้นแหละ
แล้ววันนั้นก็จะต้องเป็นวันที่เข้าออฟฟิคเช้า เพราะจะได้ไม่ไปทับที่ใคร (ทับที่...ใช้คำยังกะอะไรสักอย่าง
)
คือเค้าจะมีช่วงจังหวะเวลาว่า เวลาประมาณพี่แม่บ้านจะต้องเข้ามาเตรียมกาแฟ มานั่งเกะกะก็จะไม่ได้นะ
เวลานี้พี่ๆบริษัทห้องติดกัน ก็จะมานั่งเม้าท์ไปกินไป เราไปนั่งก็จะอึดอัดนะ
หรือเวลานี้พี่แม่บ้านทำความสะอาดพื้นยังไม่แห้ง ก็ยังเข้าไปไม่ได้นะ
เพราะฉะนั้นตัดปัญหา เราก็จะมาเวลาที่ห้องครัวแม่งไม่มีคนเลย กินข้าวอย่างเงียบๆ สงบสุข
แต่บางทีก็เลี่ยงไม่ได้ก็ต้องผจญกับอะไรแปลกๆ ก็ว่ากันไป
เวลากินข้าวเช้าๆ ไม่ต้องเสวนากับใครหรอก แค่กินให้อิ่มท้องมีพลังทำงาน ไม่มีเรื่องมากวนใจก็โอเคแล้ว
อารมณ์ในตอนเช้าจะส่งผลทั้งวันเลยนะ สำหรับเรา
ถ้าเช้าเริ่มต้นแบบเงียบๆนิ่งๆสบายๆ วันนั้นจะมีสมาธิมากแล้วก็งานเยอะก็จะไม่หงุดหงิด ทำไปได้เรื่อยๆว่าไป
แต่ระยะหลังๆชอบเจอแจ๊คพอตหวะ..
อาทิเช่นวันนี้
ซื้อข้าวมานั่งกินหลั่นล้าอยู่คนเดียว อยู่ๆดีก็รู้สึกว่ามีมวลสารเข้ามาในห้องครัว
เงยหน้ามองก็เป็นพี่แม่บ้านที่อยู่อีกชั้น โอเคแกมาก็คุยกันเล็กๆน้อยๆ แกเหนื่อยแกก็ฟุบไป ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สักพักก็รู้สึกอีกว่ามีมวลสารอยู่ด้านหลัง..หันไปอ่อ พี่ออฟฟิคข้างๆ
เค้าก็เอาของมาวาง แกะข้าวอะไรก็ทำไป เราก็กินกำลังจะเสร็จ คิดในใจว่ารอดแล้วตู
พี่เค้าก็หันมามองข้าวเรา วันนี้เรากินพะแนงหมู กะ คะน้าหมูกรอบ
ปกติพะแนงมันจะใส่มะเขือพ่วงชิมิ เราก็ไม่กินมะเขือพ่วงในพะแนงหมูอะ เราว่ามันขมๆก็เขี่ยไปไว้ข้างๆ
เค้าก็พูดทำนองว่า "ตายแล้วเขี่ยผักทิ้งหมดเลย" (สันขวานแล้วไอ้คะน้าที่กูกินอยู่ไม่ใช่ผักหรอ
)
เราก็บอกประมาณว่า เออไม่ชอบมะเขือพ่วงในพะแนงนะ...
เค้าก็หันมา "ไม่รู้รึไงว่ามันมีประโยชน์ ขจัดสาร...."
(สารไรของเจ๊อะ ไม่พูดให้จบ...รู้ว่ามีประโยชน์แต่ไม่กินมันเป็นปัญหามากหรอ ทำเสียงเหมือนเราไปฆ่าคน)
เราก็พยายามกินให้เสร็จๆจะได้ออกไป... ไม่วายได้ยิน
แล้วพี่เค้าก็หันไปคุยกะพี่แม่บ้านที่ฟุบอยู่เป็นภาษาอีสาน..
ทำนองว่ามะเขือพ่วงเอาไปทำนั้น ทำนี่อร่อยมาก วันนั้นซื้อมาสิบได้เต็มถุงเลย เวลาเอามาทำไอ้นู่นไอ้นี่ โคตรอร่อยเลย...
เหมือนทำนองจะเหน็บว่า ของดีแบบนี้ดันไม่กิน ไม่ได้เรื่อง
แถมเจ๊แกก็เปลี่ยนซาวแทร็คไปพูดภาษาอีสานแทน
ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็พูดภาษากลางกันอยู่แหม๊บๆ คงคิดว่าเราคงฟังไม่ออกมั้ง
แล้วเจ๊แกก็หันมาถามว่า "รู้จักคำว่าแซ่บมั้ย..." เราก็มองหน้าคิดในใจ ห่ากูรู้จะถามทำไมนัก..
แต่ยังไม่ทันอ้าปากตอบ แกก็บอกว่า "อุ๊ย แค่คำว่าแซ่บก็ไม่รู้" แล้วทำหน้าทำตาแบบว่าไม่อยากจะเชื่อ
เรากำลังเคี้ยวข้าวคำสุดท้าย จะได้ไปไกลๆอิเจ๊นี่สักที
"บ้านไบต์เป็นคนอีสาน ฟังออกหมดแหละค่ะ"
เจ๊แกทำหน้างงๆ แล้วทำเป็นเปลี่ยนเรื่องไปคุยว่าโอ่ย ภาษาอีสาน ภาษากลางมันก็เหมือนกันนั้นแหละ
ห่าแล้วก่อนหน้านี้จะพูดสองสำเนียงทำเกือกอะไร เอาสักอย่างดิ
นึกไม่ถึงอะดิว่าฟังออกอะ...
เราพูดจบก็เก็บกล่องข้าวทิ้งแล้วก็เดินเปิดตูดไปเลย เบื่อ
คือก็ไม่ได้สนิท คือก็ไม่เคยไปยุ่งวุ่นวายกับเค้า คือจะเอาอะไรกับเรานักหนา
งานก็ไม่ได้ทำบริษัทเดียวกัน ไม่เคยไปขัดแข้งขัดขาเค้า หรือว่าจะไปนั่งทับที่เค้าวะเนี่ย
แล้วเจ๊คนนี้ก็หลายทีแล้วนะ เหน็บตลอด เป็นอะไรไป บ้านไม่มีที่เหน็บตูดหรอค้าาาาา
เช้าวันนี้เลยเซ็งสุดๆ
ปล.คือโดยพื้นฐานเป็นคนชลบุรีโดยกำเนิด ลืมตามาจำความได้ก็เห็นบางแสน
แต่ที่บอกว่าบ้านเป็นคนอีสาน เพราะว่าทางบ้านแม่ ตายายเป็นอีสานจ้า
ฟังตาฟังยายพูดมาตั้งแต่เด็กๆ ออกบ้างไม่ออกบ้าง อาศัยถามๆแม่เอา แต่พูดบ่ได้ดอกกจ้า
การหาข้าวกินเองสามมื้อก็กลายเป็นเรื่องปกติ
เช้าก็จะแวะซื้ออะไรเรื่อยเปื่อยกินไป น้ำเต้าหู้บ้าง แซนวิชบ้าง ขนมปังบ้าง บางวันก็กินข้าวกล่อง
วันไหนที่ไม่ได้ซื้อข้าวมากินเป็นจริงเป็นจัง ก็จะนั่งกรวบๆอยู่ที่โต๊ะทำงาน ไม่น่าเกลียดมาก
(ปกติที่ออฟฟิคไม่ให้ทานอาหารในที่ทำงานอะ ต้องไปกินห้องครัวแคบๆ ที่เข้าไปสามคนก็จะเต็มห้องแล้ว
)วันไหนซัดของหนักก็จะไปนั่งกินที่ครัวนั้นแหละ
แล้ววันนั้นก็จะต้องเป็นวันที่เข้าออฟฟิคเช้า เพราะจะได้ไม่ไปทับที่ใคร (ทับที่...ใช้คำยังกะอะไรสักอย่าง
)คือเค้าจะมีช่วงจังหวะเวลาว่า เวลาประมาณพี่แม่บ้านจะต้องเข้ามาเตรียมกาแฟ มานั่งเกะกะก็จะไม่ได้นะ
เวลานี้พี่ๆบริษัทห้องติดกัน ก็จะมานั่งเม้าท์ไปกินไป เราไปนั่งก็จะอึดอัดนะ
หรือเวลานี้พี่แม่บ้านทำความสะอาดพื้นยังไม่แห้ง ก็ยังเข้าไปไม่ได้นะ
เพราะฉะนั้นตัดปัญหา เราก็จะมาเวลาที่ห้องครัวแม่งไม่มีคนเลย กินข้าวอย่างเงียบๆ สงบสุข

แต่บางทีก็เลี่ยงไม่ได้ก็ต้องผจญกับอะไรแปลกๆ ก็ว่ากันไป
เวลากินข้าวเช้าๆ ไม่ต้องเสวนากับใครหรอก แค่กินให้อิ่มท้องมีพลังทำงาน ไม่มีเรื่องมากวนใจก็โอเคแล้ว
อารมณ์ในตอนเช้าจะส่งผลทั้งวันเลยนะ สำหรับเรา
ถ้าเช้าเริ่มต้นแบบเงียบๆนิ่งๆสบายๆ วันนั้นจะมีสมาธิมากแล้วก็งานเยอะก็จะไม่หงุดหงิด ทำไปได้เรื่อยๆว่าไป
แต่ระยะหลังๆชอบเจอแจ๊คพอตหวะ..
อาทิเช่นวันนี้
ซื้อข้าวมานั่งกินหลั่นล้าอยู่คนเดียว อยู่ๆดีก็รู้สึกว่ามีมวลสารเข้ามาในห้องครัว
เงยหน้ามองก็เป็นพี่แม่บ้านที่อยู่อีกชั้น โอเคแกมาก็คุยกันเล็กๆน้อยๆ แกเหนื่อยแกก็ฟุบไป ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สักพักก็รู้สึกอีกว่ามีมวลสารอยู่ด้านหลัง..หันไปอ่อ พี่ออฟฟิคข้างๆ
เค้าก็เอาของมาวาง แกะข้าวอะไรก็ทำไป เราก็กินกำลังจะเสร็จ คิดในใจว่ารอดแล้วตู
พี่เค้าก็หันมามองข้าวเรา วันนี้เรากินพะแนงหมู กะ คะน้าหมูกรอบ
ปกติพะแนงมันจะใส่มะเขือพ่วงชิมิ เราก็ไม่กินมะเขือพ่วงในพะแนงหมูอะ เราว่ามันขมๆก็เขี่ยไปไว้ข้างๆ
เค้าก็พูดทำนองว่า "ตายแล้วเขี่ยผักทิ้งหมดเลย" (สันขวานแล้วไอ้คะน้าที่กูกินอยู่ไม่ใช่ผักหรอ
)เราก็บอกประมาณว่า เออไม่ชอบมะเขือพ่วงในพะแนงนะ...
เค้าก็หันมา "ไม่รู้รึไงว่ามันมีประโยชน์ ขจัดสาร...."
(สารไรของเจ๊อะ ไม่พูดให้จบ...รู้ว่ามีประโยชน์แต่ไม่กินมันเป็นปัญหามากหรอ ทำเสียงเหมือนเราไปฆ่าคน)
เราก็พยายามกินให้เสร็จๆจะได้ออกไป... ไม่วายได้ยิน
แล้วพี่เค้าก็หันไปคุยกะพี่แม่บ้านที่ฟุบอยู่เป็นภาษาอีสาน..
ทำนองว่ามะเขือพ่วงเอาไปทำนั้น ทำนี่อร่อยมาก วันนั้นซื้อมาสิบได้เต็มถุงเลย เวลาเอามาทำไอ้นู่นไอ้นี่ โคตรอร่อยเลย...
เหมือนทำนองจะเหน็บว่า ของดีแบบนี้ดันไม่กิน ไม่ได้เรื่อง
แถมเจ๊แกก็เปลี่ยนซาวแทร็คไปพูดภาษาอีสานแทน
ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็พูดภาษากลางกันอยู่แหม๊บๆ คงคิดว่าเราคงฟังไม่ออกมั้ง
แล้วเจ๊แกก็หันมาถามว่า "รู้จักคำว่าแซ่บมั้ย..." เราก็มองหน้าคิดในใจ ห่ากูรู้จะถามทำไมนัก..
แต่ยังไม่ทันอ้าปากตอบ แกก็บอกว่า "อุ๊ย แค่คำว่าแซ่บก็ไม่รู้" แล้วทำหน้าทำตาแบบว่าไม่อยากจะเชื่อ
เรากำลังเคี้ยวข้าวคำสุดท้าย จะได้ไปไกลๆอิเจ๊นี่สักที
"บ้านไบต์เป็นคนอีสาน ฟังออกหมดแหละค่ะ"
เจ๊แกทำหน้างงๆ แล้วทำเป็นเปลี่ยนเรื่องไปคุยว่าโอ่ย ภาษาอีสาน ภาษากลางมันก็เหมือนกันนั้นแหละ
ห่าแล้วก่อนหน้านี้จะพูดสองสำเนียงทำเกือกอะไร เอาสักอย่างดิ
นึกไม่ถึงอะดิว่าฟังออกอะ...
เราพูดจบก็เก็บกล่องข้าวทิ้งแล้วก็เดินเปิดตูดไปเลย เบื่อ

คือก็ไม่ได้สนิท คือก็ไม่เคยไปยุ่งวุ่นวายกับเค้า คือจะเอาอะไรกับเรานักหนา
งานก็ไม่ได้ทำบริษัทเดียวกัน ไม่เคยไปขัดแข้งขัดขาเค้า หรือว่าจะไปนั่งทับที่เค้าวะเนี่ย

แล้วเจ๊คนนี้ก็หลายทีแล้วนะ เหน็บตลอด เป็นอะไรไป บ้านไม่มีที่เหน็บตูดหรอค้าาาาา
เช้าวันนี้เลยเซ็งสุดๆ
ปล.คือโดยพื้นฐานเป็นคนชลบุรีโดยกำเนิด ลืมตามาจำความได้ก็เห็นบางแสน
แต่ที่บอกว่าบ้านเป็นคนอีสาน เพราะว่าทางบ้านแม่ ตายายเป็นอีสานจ้า
ฟังตาฟังยายพูดมาตั้งแต่เด็กๆ ออกบ้างไม่ออกบ้าง อาศัยถามๆแม่เอา แต่พูดบ่ได้ดอกกจ้า
edit @ 25 Jun 2009 14:16:47 by byto ซาราริมังถังแตก
Tags: ยัยป้า, เหน็บอยู่ได้2 Comments
แต่เรากลับไม่ค่อยชอบ
เพราะว่าส่วนใหญ่จะทำให้พวกกระดาษเอกสาร+คอมพิวเตอร์ เปื้อนเศษอาหารค่ะ
คนที่ระวังก็ไม่เป็นไรหรอก
แต่ก็มีหลายคนที่ไม่ระวัง และไม่สนใจด้วย
แถมยังชอบย้ายมานั่งกินที่โต๊ะชาวบ้านซะด้วย
อย่างโต๊ะเรางี้ก็ตกเป็นเหยื่อเหมือนกัน
ข้าวของเราเลอะเศษอาหารอยู่แทบทุกวันเลยค่ะ เฮ้อ
#1 By [Tikky] My Moment on 2009-06-25 14:23