บ้านของเรา
posted on 30 May 2009 22:53 by byto
ตอนนี้ทำงานก็ได้เก้าเดือนแล้ว
ก็เท่ากับว่าอยู่บ้านยายที่กรุงเทพได้เก้าเดือนเช่นกัน
จากไม่ชินกับงานก็เริ่มชิน (แต่ก็ไม่ชอบแม่งอยู่ดี...ชินกับชอบมันคนละเรื่องโว้ย)
จากไม่คุ้นกับการอยู่กับตายาย ก็กลายเป็นเรื่องปกติ
จากไม่คุ้นเคยกับเสียงดังๆยามค่ำคืน ที่ไอ้บ้าไปร์ทขยันสร้าง
ไม่ว่าจะเป็นวงเหล้าเวลายายไม่อยู่ ซึ่งมักตั้งกันหน้าห้องเรา เพื่อนแม่งเมาแล้วแพล่มเสียงดังไร้สาระน่าถีบ
(คือห้องที่นอนอยู่แยกจากตัวบ้าน อยู่ตรงโรงรถ แปลกปะละ)
หรือเวลามันทะเลาะกะแฟนทางโทรศัพท์ตอนตีหนึ่งตีสอง
อารมณ์เสียปิดประตูเสียงดัง สบถด่าสัตว์เต็มหน้าห้อง ก็เริ่มทนได้
จากไม่คุ้นเคยเสียงเวลาน้าขนของขึ้นรถไปขายตอนตีสี่ตีห้า ก็หลับได้สบาย
จากไม่คุ้นเคยเสียงแมวต่างถิ่นทะเลาะกัน ร้องโหยหวน ก็ชิน
(แมวที่บ้านยาย ทับทิมศรีเป็นผู้ดี ร้องเวลาหิวเท่านั้น
)
จากไม่ชินกับเสียงซีดีธรรมะของยาย ที่ยายเปิดทุกเช้าตอนทำกับข้าวก็กลายเป็นเรื่องธรรมดา
จากไม่ชินเสียงยายตะโกนบอกตาที่หูไม่ดีว่าถึงเวลาออกไปใส่บาตรแล้ว ตอนนี้ก็กลายเป็นเรื่องปกติ
จากไม่ชินกับเสียงสะบัดตากผ้าตอนกลางคืนดึกดื่นของพี่กล้า พี่ปิ่น ก็ชินจนบางทีก็เลียนแบบพฤติกรรมพี่ๆ
การแย่งชิงเครื่องซักผ้า และราวตากผ้าที่บ้าน เป็นเรื่องลุ้นระทึกทุกสัปดาห์
เลิกงานตอนเย็นจะแวะเดินยูเนี่ยนมอลล์
หรือเซ็นทรัลลาดพร้าวก่อนจะไปขึ้นมอไซค์เข้าบ้าน เป็นกิจวัตรประจำสัปดาห์
อาทิตย์ไหนไม่กลับบ้าน จะไปเดินจตุจักร บางทีก็เดินตลาดการบิน
(ย้ำว่าทั้งหมดข้างต้น เน้นเดินเล่น
)
เล่นกับทับทิมศรียามเบื่อ เศร้าเหงาก็คุยกับทับทิมศรี
(อนึ่ง...ชื่อทับทิมเฉยๆ แต่ใส่ศรีลงไปดูเป็นตัวเมียดี
)
ทับทิมศรีก็ตอบรับด้วยการงับมือบ้าง ตะปบบ้าง วิ่งหนีบ้าง กระดิกหางบ้าง
(ทั้งบ้านมันเชื่องกับเราที่สุดนะเออ... มาอยู่ทีหลังแมวรักมากกว่าคนอื่น 55+
)
เสียงเชียร์บอลข้างบ้าน เสียงสตาร์ทรถ เสียงรถขายของสดผลไม้
มอเตอร์ไซค์รับจ้างสุดเคี่ยว แพงชิบ แถวบ้านที่ไม่ค่อยมีอะไรกิน มีแฟมิลี่มาร์ทเป็นมิตร
ข้างบนนี้..อีกไม่ถึงสองสัปดาห์เราก็ต้องจากมันไปซะแล้ว
ตอนยายตัดสินใจขายบ้านที่อยู่มาสามสิบหกปี มันคงเป็นอะไรที่ยากมาก
สีหน้ายายตอนบอกว่าจะขาย มันบอกถึงความรู้สึกแบบไม่ต้องพูดอะไรเลย
บ้านที่สองตายายบ้านนอกๆสองคน สะสมเงินทองซื้อเอาไว้ให้ลูกหลานได้อยู่
แล้วลูกบางคนก็มาพรากเอามันจากไป..
จำได้ว่าตาแทบจะไม่ยอม.. เรียกน้ามาว่าสารพัดแต่เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว ไม่มีใครทำอะไรได้
นอกเสียจากต้องปล่อยวาง และเดินหน้าต่อไป
เราก็เห็นบ้านนี้มาตั้งแต่จำความได้
ผู้คนมากหน้าหลายตาเวียนวน สัตว์เลี้ยงที่เปลี่ยนไปตามเจเนอเรชั่น
เสียงหัวเราะเวลารวมญาติที่บ้านนี้
ใจหาย...
แต่ก็เข้าใจยาย ถ้าไม่ทำแบบนี้ มันก็ส่งผลเสียกับหลายคน
มันเป็นทางออกเดียวที่เหลืออยู่
เศร้าหว่ะ...
ช่วงนี้ก็เริ่มทยอยเก็บของแล้ว
วันนี้ก็เพิ่งได้หอแบบงงๆมา... นั่งรถเมลล์จากหอไปที่ทำงานก็น่าจะนานอยู่ แต่ก็พอรับได้
ห้องก็แคบๆแพงๆหน่อย ไม่ได้ดีอะไรมากมาย แต่พ่อกับแม่ก็อยากให้อยู่ไปก่อน เพราะมันจำเป็น
หาได้ทันมันก็โอเคแล้ว อาทิตย์นี้ก็ทยอยย้ายของไปหอ เตรียมห้อง
ช่วยยายเก็บของแพ็คของ ยายกะตาจะไปอยู่บ้านเช่าของป้าที่ลาดกระบัง
ทีแรกสองคนตายายไปทำบ้านนี้ กะว่าจะเอาให้เค้าเช่าเก็บเล็กเก็บน้อยไว้ใช้ยามฉุกเฉิน
ไปๆมาๆ ได้มาอยู่เอง ทันท่วงทีจริงๆ
เหนื่อยมากเลย สองสามวันมานี้เครียดด้วย เงินแม่งใช้ไม่พอแหง เฮ้อ
กะไว้ว่าถ้าอยู่หอได้สักสามเดือนแล้วถ้าอะไรๆไม่เข้าที่ ก็จะพอกันที...
งานที่ไม่ชอบ เมืองที่วุ่นวาย กลับบ้านนอกดีกว่า
อดทนอีกสามเดือนให้มันครบปีตามที่พ่อกับแม่ขอ...
จะออกไปทำอะไรที่มันสบายใจกว่านี้ ที่มันอยากทำ ที่อยากเทใจทำ ไปเรียนนู่นทำนี่เสียที
ตอนนี้ชีวิตเหมือนหยุดกับที่ ไม่ได้ใช้ชีวิต แต่ใช้เวลาให้หมดไปวันๆ
เก้าเดือนที่ผ่านมาได้ก็ต้องยอมรับนะว่าการอยู่บ้านยายมันก็มีผล
เหนื่อยเบื่อท้อกับที่ทำงานกับงานที่ทำ
แต่กลับเจอเรื่องต่างนานาของที่บ้านอย่างข้างบน เล็กๆน้อยๆขำๆมีความสุขดี
พี่ๆก็เป็นเหมือนคนค่อยเตือนสติแบบอ้อมๆไปในตัว
คิดไปคิดมาก็ทำใจได้ แล้วก็ทำมันต่อไป
แต่ทำงานมาขนาดนี้ถึงจะไม่ได้ชอบมัน แต่ก็ไม่ถือว่าเสียเวลาซะทีเดียว
ได้รู้จักอีกสังคมนึง ได้รู้จักผู้คนในมุมมองหลากหลาย ได้ประสบการณ์การทำงานที่ปรับปรุงนิสัยตัวเอง
ได้ระบบการจัดการตัวเองจากการทำงาน ได้รู้ว่าจริงๆแล้วถ้าเราอดทน เราก็ทำได้
ถึงแม้จะไม่มีเงินเก็บ แต่ก็ได้เงินเลี้ยงตัวเองไม่ต้องแบมือขอพ่อแม่
ได้ให้ค่าขนมน้อง ได้ให้ตังค์ช่วยยายออกค่ากับข้าว ซื้ออาหารให้ทับทิมศรี
ได้ไปเที่ยวไปนู่นทำนี่ซื้อของด้วยเงินตัวเอง
ด้วยเงินก้อนเล็กๆในแต่ละเดือน ก็ถือเป็นอีกก้าวเล็กๆของชีวิต
เก้าเดือนจะว่าช้าก็ไม่ใช่ จะว่าเร็วก็ไม่เชิง
นี่เอาเข้าจริงก็จบมาปีนิดๆแล้ว
เวลายังคงทำหน้าที่ของมัน
เราก็ยังคงต้องทำหน้าที่ของเรา
ตอนนี้ขอแค่ ให้สามเดือนต่อจากนี้ เป็นสามเดือนในพริบตาเดียวด้วยเถิด..
รอก่อนนะ..บางแสนนนนนน
ปล.เอ็นทรี่นี้ขอมอบให้บ้านหลังการบิน บ้านในตำนานและความทรงจำประจำตระกูล!
ว่าจะหาทำอยู่
#1 By บรรณารักษ์เลือดใหม่ on 2009-05-31 19:32