หนูโดนต่อย
posted on 07 Apr 2009 15:07 by byto
กลับไปอยู่บ้านช่วงวันหยุด สุดจะมีความสุข..
อยากกลับไปอยู่บางแสนจริงๆ... สงสัยต้องเริ่มดูๆงานแถวบ้านไว้บ้างก้ดีแฮะ
เมื่อวันอาทิตย์แม่ให้สอยมะม่วงน้ำดอกไม้ที่บ้าน เนื่องจากพ่ออยากกินมากก
ก็ทำตามคำบัญชา จัดการไปหยิบไม้สอยมะม่วง ที่พาดไว้บนระแนงไม้
ทว่า...จับไปปุ๊บก็จ๊ากปั๊บ
ดูที่มือข้างที่จับก็พบว่าปวดที่มือ เหมือนถูกอะไรต่อยที่ฝ่ามือ..
พอเอานิ้วเค้นดูตรงที่ปวดก็เลือดไหล
วิ่งคร่ำครวญไปหาแม่เหมือนเด็กป.2 ....เจ็บง่าตัวเอง...
แล้ววิ่งวนไปวนมาสามสี่ที (เพื่ออะไรยังงงอยู่)
แม่บอกว่าก่อนจะหยิบไม่ดูให้ดีก่อน แล้วตัวอะไรต่อย ต่อ แตน ผึ้ง??
เนื่องจากมัวแต่วิ่งไปวิ่งมาก็เลยไม่ได้ดูตัวอะไรต่อย
วิ่งกลับไปจุดเกิดเหตุ.. ทีนี้ค่อยๆพลิกไม้ดู... เอ่อ ตัวอะไรสักอย่างมาทำคอนโดอยู่
ด้ามไม้สอยมะม่วงเป็นไม้ไผ่ ไอ้ตัวที่ว่าก็เจาะรู ไว้ปล้องละรู อยู่รูตัว
ตัวสีดำๆ ปีกสีออกเขียวๆดำๆวาวๆ.. สรุปไม่ได้ว่าตัวอะไร
ก็เลยค่อยๆเอาไม้สอยมะม่วงมาวางไว้ที่พื้น (ดีที่มันไม่บินออกมากัน ไม่งั้นจ๊ากก..)
แล้วก็ถามแม่ว่าจะเอาไงกะมะม่วงอะ ไปขยับคอนโดมันอีกที โดนต่อยหัวปูดแน่
แม่ก็เลยจัดแจงเอาทิชชู่มาอุดตามรู แล้วก็ให้เราสอยมะม่วงเหมือนเดิม (สู้เพื่อพ่อจริงๆ)
สอยมะม่วงลูกอวบๆลงมาเรียบร้อย ก็เอาไม้มาวางกะพื้น
แล้วก็รีบเอาทิชชู่ กลัวมันหายใจไม่ออก ตายซะก่อน (ยังแอบเป็นคนดีอีก
)
หลังจากกินมะม่วงกับแม่อย่างเอร็ดอร่อย (เหลือไว้ให้พ่อลูกเดียว
)
ก็ไปทำนู่นทำนี่ สักพักก็รู้สึกว่ามือที่โดนต่อยมันปวดแสบปวดร้อน
ยกมือมาดูอีกที ว๊ากกกก มือบวมอย่างแรง
ปกติมือเราจะแห้งๆ เห็นเส้นเลือดปูดขึ้นมาอย่างชัดเจน
พอมันบวมก็เหมือนกับโดนอัดลมเข้าไป เป่งมากๆ
ก็ไปหาอะไรมานวดมาประคบตามเรื่องตามราวไป... ระบมมากมาย
จนผ่านไปวันนึง เช้าวันรุ่งขึ้น รู้สึกปวดที่มืออย่างหนัก แล้วก็รู้สึกหนักๆแขน
เดินไปง้องแง้กะแม่ แม่ก็ไล่ให้ไปหาหมอเอง เพราะแม่จะไปทำงาน
อาบน้ำแต่งตัว แล้วก็ออกไปหาหมอที่ม.บูตั้งแต่ยังไม่แปดโมง
เป็นวันหยุดพอดีเลยต้องไปที่คลินิกนอกเวลา
ยื่นบัตร ก็คุณพี่ผู้ช่วยก็มาเรียกไป รอตรวจข้างใน
เจอคุณอาที่เป้นพยาบาลพอดี คุยกันพอหอมปากหอมคอ
คุณหมอสาวก็ตรวจดูอาการ ตอนบอกแกว่ามือบวม
หมอบอกว่าไปกระแทกอะไรมารึเปล่า (คือยังพูดไม่จบอะ ใจเย็นๆนะคุณหมอ)
พอบอกเค้าไปก็ถามอีกว่า ไม่ใช่ผึ้งใช่มั้ย รู้จักใช่มั้ยผึ้งน่ะ
ทีแรกก็ว่ารู้จัก พอหมอถามย้ำอีกสามสี่ทีชักงงว่ากูรู้จักผึ้งมั้ยเนี่ย..
แต่ก็ยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะแม่บอกไม่ใช่ผึ้ง จำได้ และบรรยายลักษณะตัวนั้นไป
คุณหมอก็เลยให้ฉีดยากันบาดทะยัก เพราะรู้สึกว่าเราจะไม่เคยฉีด
แล้วก็จ่าย โดนมีคุณอาเราเป้นคนช่วยคุณหมอดู
คุณหมอย้ำว่าถ้าทานยาแล้ววันรุ่งขึ้นอาการไม่ดีขึ้นมือไม่ยุบหรือลามไปถึงข้อแขนให้รีบมาหา
เพราะอาจต้องแอดมินนอนโรงพยาบาลนะ (เริ่มน่ากลัว...
)
คุณพยาบาลอีกคนก็มาฉีดยากันบาดทะยักให้
ก็ให้เลือกว่าจะฉีดข้างไหน บอกเค้าไปข้างไหนก็ได้
คุณพยาบาลเลยบอกว่า งั้นเอาข้างขวาละกัน เพราะไหนๆก็ปวดแล้วจะได้ปวดทีเดียว
แล้วก็เอาแอลกอฮอล์เช็ดๆที่หัวไหล่
แล้วเหมือนจะนึกได้ ก็บอกว่าฉีดไปแล้วมันจะรู้สึกปวดๆหนัๆแขนหน่อยนะ
แล้วก็บอกว่างั้นฉีดข้างซ้ายดีกว่า เดี๋ยวไม่รู้ว่าข้างที่เป็นหายปวดรึยัง
แล้วก็เลยย้ายมาเช็ดแอลกอฮอล์ที่ข้างซ้ายแทน เรียบร้อยก็ทำการฉีด
ปกติไม่กลัวเข็มฉีดยาก็เฉยๆไม่อะไร เจ็บก็เจ็บไปทนได้
แต่จังหวะที่กำลังฉีดคุณพยาบาลหันไปคุยกับพี่อีกคนที่กำลังออกเวร คุยกัยเรื่องชากระเจี๊ยบแดง
จังหวะการสนทนาของทั้งคู่กำลังออกรสนั้น
พิชญาก็เกือบน้ำตาไหล เพราะรู้สึกได้ว่าเข็มฉีดยาถูกงัดขึ้น ส่วนทางกับชั้นผิวหนัง (บรรยายไม่ถูกแหะ)
โฮกกกกกกกกกกกก...เจ็บว้อยยยยค่าาาาาาาา
แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี... ได้ยาแก้บวม แก้อักเสบ ยาปฏิชีวนะ ยาพาราแก้ปวด
พร้อมคำย้ำของอาที่บอกว่า ถ้าไม่ดีขึ้นต้องรีบกลับมาหาหมอนะ
ขับรถกลับบ้านอย่างทรมานแขน ปวด หนักไปหมด
กลับมาก็ทำหน้าที่พี่ที่ดีทำกับข้าวให้น้องกิน
ทีแรกกะจะทำหลายอย่าง แต่ปวดอย่างแรงก็เลยเหลืออย่างเดียว
กินข้าวกินยาสักพัก ฝนตก อ่านหนังสือที่ซื้อมาจากงานสัปดาห์หนังสือก็หลับไป..
ตื่นมาอีกทีก็หายปวดไปบ้าง แล้วมือก็เริ่มบวมน้อยลง ใจชื้นอย่างแรง
แม่ก็เปรยๆว่า รู้งี้ก็น่าจะไปหาหมอซะตั้งแต่วันที่โดนนะ
เช้าวันนี้ต้องกลับมาทำงานที่เมืองหลวง มือที่โดนต่อยอาการดีขึ้นตามลำดับ
แต่แขนข้างที่โดนฉีดยากันบาดทะยัก ปวดมากกกกกก
ไปทำเวรทำกรรมไรไว้หนอ ช่วงนี้ซวยแท้ๆ..
อยากกลับไปอยู่บางแสนจริงๆ... สงสัยต้องเริ่มดูๆงานแถวบ้านไว้บ้างก้ดีแฮะ
เมื่อวันอาทิตย์แม่ให้สอยมะม่วงน้ำดอกไม้ที่บ้าน เนื่องจากพ่ออยากกินมากก
ก็ทำตามคำบัญชา จัดการไปหยิบไม้สอยมะม่วง ที่พาดไว้บนระแนงไม้
ทว่า...จับไปปุ๊บก็จ๊ากปั๊บ

ดูที่มือข้างที่จับก็พบว่าปวดที่มือ เหมือนถูกอะไรต่อยที่ฝ่ามือ..
พอเอานิ้วเค้นดูตรงที่ปวดก็เลือดไหล
วิ่งคร่ำครวญไปหาแม่เหมือนเด็กป.2 ....เจ็บง่าตัวเอง...
แล้ววิ่งวนไปวนมาสามสี่ที (เพื่ออะไรยังงงอยู่)
แม่บอกว่าก่อนจะหยิบไม่ดูให้ดีก่อน แล้วตัวอะไรต่อย ต่อ แตน ผึ้ง??
เนื่องจากมัวแต่วิ่งไปวิ่งมาก็เลยไม่ได้ดูตัวอะไรต่อย
วิ่งกลับไปจุดเกิดเหตุ.. ทีนี้ค่อยๆพลิกไม้ดู... เอ่อ ตัวอะไรสักอย่างมาทำคอนโดอยู่
ด้ามไม้สอยมะม่วงเป็นไม้ไผ่ ไอ้ตัวที่ว่าก็เจาะรู ไว้ปล้องละรู อยู่รูตัว
ตัวสีดำๆ ปีกสีออกเขียวๆดำๆวาวๆ.. สรุปไม่ได้ว่าตัวอะไร
ก็เลยค่อยๆเอาไม้สอยมะม่วงมาวางไว้ที่พื้น (ดีที่มันไม่บินออกมากัน ไม่งั้นจ๊ากก..)
แล้วก็ถามแม่ว่าจะเอาไงกะมะม่วงอะ ไปขยับคอนโดมันอีกที โดนต่อยหัวปูดแน่

แม่ก็เลยจัดแจงเอาทิชชู่มาอุดตามรู แล้วก็ให้เราสอยมะม่วงเหมือนเดิม (สู้เพื่อพ่อจริงๆ)
สอยมะม่วงลูกอวบๆลงมาเรียบร้อย ก็เอาไม้มาวางกะพื้น
แล้วก็รีบเอาทิชชู่ กลัวมันหายใจไม่ออก ตายซะก่อน (ยังแอบเป็นคนดีอีก
)หลังจากกินมะม่วงกับแม่อย่างเอร็ดอร่อย (เหลือไว้ให้พ่อลูกเดียว
)ก็ไปทำนู่นทำนี่ สักพักก็รู้สึกว่ามือที่โดนต่อยมันปวดแสบปวดร้อน
ยกมือมาดูอีกที ว๊ากกกก มือบวมอย่างแรง
ปกติมือเราจะแห้งๆ เห็นเส้นเลือดปูดขึ้นมาอย่างชัดเจน
พอมันบวมก็เหมือนกับโดนอัดลมเข้าไป เป่งมากๆ
ก็ไปหาอะไรมานวดมาประคบตามเรื่องตามราวไป... ระบมมากมาย
จนผ่านไปวันนึง เช้าวันรุ่งขึ้น รู้สึกปวดที่มืออย่างหนัก แล้วก็รู้สึกหนักๆแขน
เดินไปง้องแง้กะแม่ แม่ก็ไล่ให้ไปหาหมอเอง เพราะแม่จะไปทำงาน

อาบน้ำแต่งตัว แล้วก็ออกไปหาหมอที่ม.บูตั้งแต่ยังไม่แปดโมง
เป็นวันหยุดพอดีเลยต้องไปที่คลินิกนอกเวลา
ยื่นบัตร ก็คุณพี่ผู้ช่วยก็มาเรียกไป รอตรวจข้างใน
เจอคุณอาที่เป้นพยาบาลพอดี คุยกันพอหอมปากหอมคอ
คุณหมอสาวก็ตรวจดูอาการ ตอนบอกแกว่ามือบวม
หมอบอกว่าไปกระแทกอะไรมารึเปล่า (คือยังพูดไม่จบอะ ใจเย็นๆนะคุณหมอ)

พอบอกเค้าไปก็ถามอีกว่า ไม่ใช่ผึ้งใช่มั้ย รู้จักใช่มั้ยผึ้งน่ะ
ทีแรกก็ว่ารู้จัก พอหมอถามย้ำอีกสามสี่ทีชักงงว่ากูรู้จักผึ้งมั้ยเนี่ย..
แต่ก็ยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะแม่บอกไม่ใช่ผึ้ง จำได้ และบรรยายลักษณะตัวนั้นไป
คุณหมอก็เลยให้ฉีดยากันบาดทะยัก เพราะรู้สึกว่าเราจะไม่เคยฉีด
แล้วก็จ่าย โดนมีคุณอาเราเป้นคนช่วยคุณหมอดู
คุณหมอย้ำว่าถ้าทานยาแล้ววันรุ่งขึ้นอาการไม่ดีขึ้นมือไม่ยุบหรือลามไปถึงข้อแขนให้รีบมาหา
เพราะอาจต้องแอดมินนอนโรงพยาบาลนะ (เริ่มน่ากลัว...
)คุณพยาบาลอีกคนก็มาฉีดยากันบาดทะยักให้
ก็ให้เลือกว่าจะฉีดข้างไหน บอกเค้าไปข้างไหนก็ได้
คุณพยาบาลเลยบอกว่า งั้นเอาข้างขวาละกัน เพราะไหนๆก็ปวดแล้วจะได้ปวดทีเดียว
แล้วก็เอาแอลกอฮอล์เช็ดๆที่หัวไหล่
แล้วเหมือนจะนึกได้ ก็บอกว่าฉีดไปแล้วมันจะรู้สึกปวดๆหนัๆแขนหน่อยนะ
แล้วก็บอกว่างั้นฉีดข้างซ้ายดีกว่า เดี๋ยวไม่รู้ว่าข้างที่เป็นหายปวดรึยัง

แล้วก็เลยย้ายมาเช็ดแอลกอฮอล์ที่ข้างซ้ายแทน เรียบร้อยก็ทำการฉีด
ปกติไม่กลัวเข็มฉีดยาก็เฉยๆไม่อะไร เจ็บก็เจ็บไปทนได้
แต่จังหวะที่กำลังฉีดคุณพยาบาลหันไปคุยกับพี่อีกคนที่กำลังออกเวร คุยกัยเรื่องชากระเจี๊ยบแดง
จังหวะการสนทนาของทั้งคู่กำลังออกรสนั้น
พิชญาก็เกือบน้ำตาไหล เพราะรู้สึกได้ว่าเข็มฉีดยาถูกงัดขึ้น ส่วนทางกับชั้นผิวหนัง (บรรยายไม่ถูกแหะ)
โฮกกกกกกกกกกกก...เจ็บว้อยยยยค่าาาาาาาา

แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี... ได้ยาแก้บวม แก้อักเสบ ยาปฏิชีวนะ ยาพาราแก้ปวด
พร้อมคำย้ำของอาที่บอกว่า ถ้าไม่ดีขึ้นต้องรีบกลับมาหาหมอนะ
ขับรถกลับบ้านอย่างทรมานแขน ปวด หนักไปหมด
กลับมาก็ทำหน้าที่พี่ที่ดีทำกับข้าวให้น้องกิน
ทีแรกกะจะทำหลายอย่าง แต่ปวดอย่างแรงก็เลยเหลืออย่างเดียว

กินข้าวกินยาสักพัก ฝนตก อ่านหนังสือที่ซื้อมาจากงานสัปดาห์หนังสือก็หลับไป..
ตื่นมาอีกทีก็หายปวดไปบ้าง แล้วมือก็เริ่มบวมน้อยลง ใจชื้นอย่างแรง
แม่ก็เปรยๆว่า รู้งี้ก็น่าจะไปหาหมอซะตั้งแต่วันที่โดนนะ
เช้าวันนี้ต้องกลับมาทำงานที่เมืองหลวง มือที่โดนต่อยอาการดีขึ้นตามลำดับ
แต่แขนข้างที่โดนฉีดยากันบาดทะยัก ปวดมากกกกกก

ไปทำเวรทำกรรมไรไว้หนอ ช่วงนี้ซวยแท้ๆ..
Tags: หนูโดนต่อย, เจ็บอะ, โว้ย2 Comments
#1 By AirKnight on 2009-04-07 16:31