ผู้ใหญ่เกรียน: ค่านิยมของสังคมไทย
posted on 20 Mar 2008 08:26 by byto in LiveandLife
เหตุเกิดที่ Career Exhibition วันแรก
*หมายเหตุ : เอนทรี่ไม่ได้มีเจตนาร้าวฉานระหว่างมหาวิทยาลัยใดๆทั้งสิ้น
เรียนที่ไหนก็มีคุณค่าเท่ากัน มันอยู่ที่ตัวบุคคล มิใช่สถาบัน
วันนั้นเข้าไปเอาตั๋วเครื่องบินที่สีลม แล้วก็เลยไปศูนย์สิริกิตติ์เพื่อไปเอาของกับเพื่อน
ไปถึงบ่ายโมงกว่าๆ กินข้าวเดินเล่นในงานกับเพื่อนคนอื่นพอเป็นพิธี..
ก็ไม่ได้ไปหางานนี่นะ ^^'' แต่จากการไปสำรวจสายงานในงาน
ก็รู้สึกได้ว่าพวกเราอาภัพเหมือนกันนะเนี่ย... บริษัทไม่เยอะด้วยละมั้ง
เตร็ดเตร่จนเบื่อ.. เพื่อนเกลอคนที่รอก็โทรมา บอกว่าถึงแล้ว
ออกไปนั่งรอตรงที่รับเอกสารลงทะเบียนหน้างาน
เพื่อนเพิ่งเก็บของออกจากหอ.. แบกของมารุงรัง มากะน้องที่คณะอีกคน
ได้ของคืนแล้ว แต่อิไบต์ก็ยังมิจากเพื่อนๆ ก็เลยนั่งเล่นมันแถวๆนั้น
นั่งกันอยู่สามคน แต่ดูจากสภาพการแต่งตัวแล้ว.. ใครมองก็รู้ว่าเราไม่ได้มาสมัครงาน 55+
นั่งเม้าท์ๆอยู่ก็มีคุณลุงหน้ามึนคนนึงเดินมาเปิดบทสนทนาด้วย
(อันที่จริงบทสนทนามีมากกว่านี้อันนี้เล่าคร่าวๆพอ)
ลุงหน้ามึน: หนูๆ เค้ามีงานอะไรกันหรอ ใช่งานบ้านและคอนโดรึเปล่า (เผอิญวันนั้นที่ศูนย์สิริกิตต์มีสองงาน)
เรา: อ่อ ไม่ใช่คะ จ๊อบแฟร์อะคะลุง (ยังยิ้มละไมอยู่)
ลุงหน้ามึน: แล้วนี่จะเข้าไปต้องทำไงบ้างละ
เรา: ก็ไปรับเอกสารที่เคาท์เตอร์(ชี้ไปที่เคาท์เตอร์ใกล้ๆ) แล้วก็กรอกข้อมูลแล้วก็เข้าไปข้างในอะคะ จะมีจุดลงทะเบียน
ลุงหน้ามึน: งั้นหรอ ลุงเกษียณแล้วก็เข้าไม่ได้น่ะสิ (ยิ้ม)....(แกเงียบไปพักนึงแล้วก็พูดต่อ)
แล้วนี่หนูเข้าไปรึยัง
เรา: อ่อ เข้าไปดูแล้วคะ แต่ว่าวันนี้ไม่ได้มาสมัครงานคะ แวะมาหาเพื่อน
ลุงหน้ามึน: แล้วหนูเรียนอยู่ปีไหนแล้วละ
เรา: จบแล้วคะ
ลุงหน้ามึน: งั้นหรอ แล้วเรียนที่ไหน
เรา: ศิลปากร คะ
ลุงหน้ามึน: หรอ (ยิ้ม....แล้วก็มองไปที่เพื่อนเรากับน้อง... คือเพื่อนเรากะน้องมันหัวฟูๆ ใส่เสื้อยืดกางเกงรองเท้าแตะแบกเป้ใบใหญ่ๆมาคนละใบ)
เออ เก่งเนอะ เรียนศิลปากร เก่งๆๆ
เรา: (ก็ยิ้มตามมารยาท....งง มันเก่งตรงไหนวะ เอาไรมาวัดเนี่ย)
ลุงหน้ามึน: ลูกลุงไม่เก่งหรอก....(เงียบไปพักนึง) เรียนอยู่วิศวะ จุฬา ปี 3
เรา: หรอคะ (ยังยิ้มอยู่แต่เริ่มรู้สึกตะหงิดๆ)
ลุงหน้ามึน: ลูกไม่เก่งเลย..อยู่วิศวะ จุฬาปี3 (ชักแหม่งๆ..จะพูดซ้ำทำเกลือ??)
เรา: อ่อ(พยักหัวหงึกๆ)
ลุงหน้ามึน: แล้วนี่มีงานเกี่ยวกับวิศวะรึเปล่า ลุงจะได้ดูให้ลูก
เรา: อ่อก็มีนะคะ ลุงลองไปเดินๆดูสิคะ
ลุงหน้ามึน: งั้นหรอ ไม่รู้ลุงจะเข้าได้รึเปล่าเนอะ
เรา: คงเข้าได้แหละคะ
ลุงหน้ามึน: หรอ อืมๆๆ อยู่ศิลปากรหรอ เก่งเนอะๆ.. ลูกลุงไม่เก่งเลย อยู่วิศวะจุฬาปี 3
เรา: (เมินหน้าหนี..หันไปนั่งคุยกะน้องดีกว่า.... เกรียน!!)
เห็นเป็นผู้สูงอายุก็เลยไม่อยากไปต่อล้อต่อเถียง เปล่าประโยชน์อะ...
พูดซ้ำทำซากอะไรนักลุง..... รู้แล้วว่าลูกลุงไม่เก่ง!!! อยู่วิศวะจุฬาปี 3 อะ ย้ำอยู่นั้นแหละ.....แสดดดดดด
เราเล่าให้เพื่อนที่ไม่อยู่ในเหตุการณ์ฟังเพื่อนยังเซ็งอะ... เพื่อนบอกว่าอย่างนี้ไม่ใช่แค่เล่าให้ฟังแล้วหละ
อยากอวดลูก ภูมิใจลูกไม่ว่า.. อย่ามาทำแบบนี้ได้มั้ยอะลุง
ดีที่ลุงไม่บรรยายสรรพคุณลูกลุงอย่างละเอียดอะ...
เออถ้าแกบอกว่า ...ลูกลุงก็เรียนอยู่มหาลัยเหมือน แต่เรียนอยู่วิศวะจุฬา... กูจะไม่รู้สึกอะไรสักนิด มันก็จะเหมือนเป็นการชวนคุยสรรพเพเหระไปเรื่อยเปื่อย เหมือนแลกเปลี่ยนข้อมูลมากกว่าทำให้อีกฝากรู้สึกกระอักกระอวน
แต่การพูดซ้ำๆย้ำๆ....ว่าอยู่ที่ไหนอะไรยัง พ่วงด้วยคำว่า เราเก่งเนอะ ลูกลุงไม่เก่งเลย... มันมีนัยยะนะ
ขอยืมคำเพื่อนมาใช้หน่อยละกัน ส้นตีนแตก!!!
รู้สึกเหมือนโดนดูถูก....
เรารู้สึกว่าไม่ว่าเรียนที่ไหน สิ่งสำคัญมันไม่ใช่ที่ตัวสถาบัน ที่จะทำให้คนนั้นเป็นมนุษย์
แต่มันอยู่ที่ตัวบุคคล ความคิดความอ่านและพฤติกรรมที่ปฏิบัติ...
เราว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นตัววัดคุณค่าความเป็นคนมากกว่านะ
ทุกคนเป็นมนุษย์เหมือนกัน ไม่ว่าเรียนอะไรที่ไหนหรือจบอะไร มันก็ไม่ได้ทำให้ตัวเราเลิศเลอได้ ถ้าเราประพฤติตัวแย่น่ะ
ทำไมผู้ใหญ่หลายๆคนถึงตีค่าความเป็นคนในลักษณะแบบนี้วะ..
ไม่เข้าใจ...
เหมือนข่าวเรื่องการสมัครเรียนต่อของเด็กมัธยมเมื่อเร็วๆนี้..
ที่โรงเรียนดังๆ มีคนพาลูกพาหลานแห่กันไปสมัครสอบ..บางโรงเรียนคนสมัครเข้าขั้นหลักหมื่น..
ต้องย้ายสถานที่สอบไปสอบที่ใหญ่ๆ.... โอ้แม่เจ้า ประเทศชาติและประชาชน มันอะไรกันนี่!!
ไหนจะกรณีที่เกิดเป็นประจำทุกปีเรื่องการสอบเข้ามหาลัย..
ที่เด็กบางคนเอ็นท์ไม่ติดเสียใจช้ำชอก...ก็เลยคร่าชีวิตตัวเองซะ..
หรือแม้แต่เรื่องที่สอบได้คะแนนน้อย เกรดเฉลี่ยตก เสียใจก็ทำร้ายตัวเอง
ไม่พอ...ผลกระทบก็ส่งผลไปถึงครอบครัว
สิ่งเหล่านี้มันไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิตนะ...
ถ้าไม่ใช่ค่านิยมที่สั่งสมกันมานาน เล่ากันปากสู่ปาก ปฏิบัติกันด้วยความเคยชินสืบทอดกันมา..
ค่านิยมแบบนี้มันจะยังมีอยู่หรอ??
ถ้าผู้ใหญ่ไม่ทำให้เด็กเห็นน่ะ...
เราจำได้ว่า..ตอนติดโควต้าอักษรศิลปากร...
พ่อแม่เราไม่ได้คะยันคะยอให้เรารอเอนทครั้งที่สอง(เราตัดสินใจเอาเลยหลังจากเอนท์ไปครั้งแรกครั้งเดียว) เพื่อให้ได้จุฬาหรือธรรมศาสตร์
เค้าบอกเราแค่ว่า.. เรียนที่ไหนก็เหมือนกัน เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราเอง เราเป็นคนเลือกเอง... ไม่ใช่ตัวแปรใดๆ มาชี้วัด
ในขณะคนที่ไม่ได้รู้จักมักจี่กันเป็นอย่างดี รู้ว่าติดอักษร... ถามเลย "อักษรจุฬารึเปล่า?"
ไม่ก็จะพูดทำนองว่า "แล้วทำไมไม่เลือกอักษรจุฬาละ...ดีกว่าเป็นไหนๆ..."
ช่วงนั้นได้ยินจนหูด้านชาไปเลย...มันคือค่านิยมของสังคมจริงๆ
มันเหมือนกับเด็กจบสายวิทย์ ต้องเรียนหมอ เรียนวิศวะ อย่าไปต่อสายภาษาสายนิเทศน์เลย
(อันนี้ก็เคยโดนมาจากอาจารย์แนะแนวที่โรงเรียน... แนะแนวอะไรวะ!)
>>ทำไมไม่มองว่าตัวเด็กมีความสามารถเด่นด้านไหน
จบจากโรงเรียนดังๆแล้วจะเข้ามหาลัยเลื่องชื่อได้
>> ทำไมไมมองว่าการเรียนโรงเรียนหรือมหาลัยใดๆ ก็ให้ความรู้และทำให้เป็น"มนุษย์ได้เหมือนกัน"
จบจากมหาลัยชื่อดังแล้วจะเข้าทำงานได้ง่าย เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า
>> ทำไมไม่มองว่า อยู่ที่ไหนก็ได้งานดีๆได้ ถ้าตัวเรามีความสามารถและมันสมอง
หรือไปเรียนนอกกลับมา ก็เหมือนเป็นการเพิ่มดีกรีให้ตัวเองในการสมัครงานและมีผลต่อเงินเดือน
>> ทำไมไม่คิดบ้างว่าคนที่ไปเรียนเมืองก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จไปเสียทุกคน
เฮ้อออ พี่น้องไทย 
ปล. พี่โรส ไบต์ขอโทษพี่จริงๆ สุดท้ายก็เลยไม่เจอกัน ไว้อีกสามเดือนเจอกันนะพี่... พี่ก็สู้ๆเน้อ....
edit @ 20 Mar 2008 09:41:29 by byto
เค้าก็คงพอใจอยู่ลึกๆอะนะ แต่ไม่มีคนจะอวด
#1 By Zairen_Bibliophobia on 2008-03-20 09:36